ในกระบวนการทำการตลาดออนไลน์นั้น สามารถทำได้มากมายหลากหลายวิธี เพื่อให้กระบวนการนั้นๆ สามารถที่จะตอบโจทย์และให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับธุรกิจได้   ตามปกติแล้วนักการตลาดจะวางแผน คาดการณ์ปัจจัยการตลาดดิจิตอลทั้งหมด และสร้างแคมเปญที่ดีขึ้นมาเพื่อให้สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จุดประสงค์คือต้องการให้กลุ่มคนเหล่านั้นซื้อสินค้า หรือใช้บริการของธุรกิจ และเปลี่ยนสถานะเป็นลูกค้าในที่สุด   แต่ตามธรรมชาติของธุรกิจนั้นย่อมเป็นเรื่องปกติที่เราไม่สามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความตัดสินใจที่จะซื้อสินค้า หรือใช้บริการของธุรกิจได้อย่าง 100% จากการเห็นการโปรโมทสินค้าของธุรกิจในครั้งแรกผ่านช่องทางต่างๆ   แน่นอนว่าด้วยแนวคิดเช่นนี้ หากไม่สามารถปิดการขายได้ในครั้งแรกที่กลุ่มเป้าหมายเห็นการโปรโมทรูปแบบต่างๆของธุรกิจ ก็จะทำให้บริษัทธุรกิจนั้นเสียงบประมาณในการทำการตลาดโดยสูญเปล่า ดังนั้นการทำการตลาดรูปแบบ Remarketing จึงเข้ามามีบทบาทเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้

 

แนวคิดเริ่มต้นของการทำ Remarketing นั้นมาจากการที่ต้องการให้ข้อมูลกับกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในสินค้า หรือบริการของธุรกิจแท้จริงให้มากที่สุด โดยใช้งบประมาณในการทำการตลาดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้   นอกจากนี้พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้เอง อยู่กับความเคลื่อนไหวของข่าวสาร ต้องรับข้อมูลต่างๆเป็นจำนวนมากอยู่ตลอดเวลา เพื่อใช้พิจารณาประกอบการตัดสินใจในการซื้อสินค้าหรือบริการ และในปริมาณข้อมูลทั้งหมดก็อาจมีโอกาสที่กลุ่มเป้าหมายของเราจะต้องเผชิญกับข้อมูลข่าวสารของคู่แข่งทางธุรกิจด้วยเป็นได้   จึงทำให้ทำการตลาดแบบ Remarketing เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ และนักการตลาดต้องศึกษา เพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการในการทำการตลาดประเภทนี้อย่างถ่องแท้

 

กระบวนการทำงานของ Remarketing จะเริ่มขึ้นเมื่อมีกลุ่มเป้าหมายเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ โดยการทำงานของการตลาดรูปแบบนี้จะอาศัยสถิติของผู้เข้าชมเว็บไซต์ผ่านเพจต่างๆเป็นหลัก   เช่น หากเราสนใจในสินค้า A ของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง  เมื่อเราเข้าชมหน้าเพจของสินค้านั้นซึ่งมีการติดตั้งเงื่อนไขในการทำ Remarketing ไว้ก่อนหน้าแล้ว แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อสินค้าในทันที  แล้วหลังจากนั้นเมื่อเราเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆที่มีโฆษณาก็มักจะมีโฆษณาของเว็บไซต์สินค้าที่เราเคยเข้าไปเยี่ยมชมมาปรากฎอยู่ตลอดเวลา เพื่อคอยย้ำเตือนให้เราเห็นสินค้าและแบรนด์ธุรกิจนั้นซ้ำๆอยู่เสมอ จนเกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าในที่สุดจึงเป็นอันบรรลุผลของการทำ Remarketing

 

หากวิเคราะห์การตลาดรูปแบบนี้แล้ว อาจบอกได้ว่าไม่มีข้อเสียเลยก็ว่าได้ จึงจะขอสรุปประโยชน์ในการทำ Remarketing เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นดังนี้

- สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เพราะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในสินค้าและบริการแท้จริง
- ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าใจถึงสินค้าและบริการ รวมถึงอัตลักษณ์ธุรกิจได้โดยง่าย
- มีโอกาสสูงในสร้างฐานลูกค้าใหม่ และมูลค่าการซื้อซ้ำเพิ่มเติมสูง
- เป็นการประหยัดงบประมาณในการทำการตลาด เพราะธุรกิจสื่อสารกับผู้ที่สนใจโดยตรง
- หากเทียบกับการตลาดออนไลน์รูปแบบอื่นๆ นับว่าการทำ Remarketing ให้ความคุ้มค่าต่อการลงทุน (ROI) สูงที่สุด

 

ในปัจจุบัน ธุรกิจต่างๆสามารถทำการ Remarketing ได้อย่างง่ายดายผ่านแพลตฟอร์มสำเร็จรูปโดยผู้ให้บริการเจ้าตลาดอย่าง Adwords จาก Google  และ Facebook Ads จาก Facebook เป็นต้น   ซึ่งแพลตฟอร์มต่างๆเหล่านี้มาพร้อมกับเครื่องมือในการทำการตลาดที่ทรงพลัง เข้าใจได้ง่าย ง่ายต่อการใช้งาน และสามารถใช้วิเคราะห์ค่าสถิติต่างๆได้เป็นอย่างดี   สำหรับผู้เชี่ยวชาญ หากวิเคราะห์การทำการตลาดในรูปแบบนี้จนเข้าใจแล้ว ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำการตลาดรูปอื่นๆที่เป็นแบบฉบับเฉพาะของตนได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์สถิติผู้เข้าชม เก็บข้อมูลผู้ติดตามเว็บไซต์ และใช้การโปรโมทเป็นลักษณะ Email Marketing ในการส่งข้อเสนอของสินค้าและบริการให้กับกลุ่มเป้าหมายอย่างอัตโนมัติก็สามารถทำได้คล้ายกัน เป็นต้น   และด้วยเหตุผลทั้งมวลนี้เองจึงทำให้การ Remarketing เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายสำหรับธุรกิจดิจิตอลในปัจจุบัน