หากพูดถึง Digital Marketing หรือ “การตลาดยุคดิจิตอล” แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่นักธุรกิจ นักการตลาด นักออกแบบเว็บ หรือโปรแกรมเมอร์ในโลกออนไลน์เท่านั้นที่เป็นกลุ่มคนที่ควรสนใจ   แต่ในปัจจุบันนี้ Digital Marketing เป็นเทรนด์ร่วมสมัยที่ทุกคนควรรู้จัก และศึกษาหาข้อมูลเอาไว้   เพราะโลกของเราเชื่อมต่อถึงกันอย่างรวดเร็ว และกว้างไกลมากยิ่งขึ้น ทุกสิ่งล้วนถูกสร้างเป็นระบบออนไลน์ และทำงานอย่างอัตโนมัติได้ 24ชั่วโมง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   โลกออนไลน์ในปัจจุบันนี้เองได้ส่งอิทธิพลและเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตประชากรโลกทั้งหมด ทุกคน และทุกสาขาอาชีพไปอย่างสิ้นเชิง   หากเราเข้าใจว่า Digital Marketing หรือ “การตลาดยุคดิจิตอล” นี้คืออะไร ไม่ว่าจะเป็นใคร สาขาอาชีพอะไร ก็สามารถที่จะสร้างประโยชน์จากองค์ความรู้เหล่านี้ได้ทั้งสิ้น

 

Digital Marketing คืออะไร?   Digital Marketing หรือ “การตลาดยุคดิจิตอล” คือการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก โดยใช้อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีดิจิตอลอื่นๆ มาผสมผสานกันเพื่อสร้างเป็นรูปแบบการตลาดเพื่อใช้สำหรับจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเพื่อความสัมพันธ์ของจุดประสงค์หลายประการก็ได้เช่นกัน   กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์นี้ไม่มีอะไรที่ตายตัวแน่นอน ขึ้นอยู่กับการออกแบบ และการวางแผนของนักการตลาด ว่าต้องการทำการตลาดสร้างสรรค์เพียงไหน และใช้รูปแบบอย่างไรบ้างเพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และสื่อสารสาสน์หลักให้ลูกค้าเข้าใจถึงจุดประสงค์ในการทำการตลาด อาจใช้รูปแบบการตลาดเพียงอย่างเดียว หรือหลายกระบวนการมาประกอบกันก็ได้เพื่อสื่อสารการตลาดนี้    สิ่งที่การตลาดยุคดิจิตอลแตกต่างออกไปจากการตลาดในรูปแบบดั้งเดิมหรือการตลาดแบบออฟไลน์ นั่นก็คือ ความรวดเร็วและความแม่นยำในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มากขึ้น ทำให้เราสามารถที่จะคาดหวังผลลัพธ์ และประเมินสถิติต่างๆทางธุรกิจได้อย่างง่ายดาย   นอกจากนี้ยังรวมไปค่าใช้จ่ายในงบประมาณทางการตลาดที่ลดลงอีกด้วย เพราะธุรกิจใช้ระบบออนไลน์มาทำงานมากขึ้น และใช้กำลังคนในการทำการตลาดน้อยลง ส่งผลให้สามารถประหยัดงบประมาณของธุรกิจในภาพรวมมากขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการทำการตลาดยุคดิจิตอลนั้นก็คือ เราต้องรู้จักธุรกิจของตัวเองเสียก่อน ว่ามีจุดแข็งและจุดอ่อนอย่างไร, มีสินค้าและบริการที่ตอบสนองต่อผู้บริโภคแบบไหน ลักษณะใด, กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการนั้นมีลักษณะแบบใด และมีพฤติกรรมในการบริโภคอย่างไร ฯลฯ เป็นต้น   เพราะธุรกิจที่ต่างกันย่อมมีลักษณะความต้องการที่ต่างกันออกไป และในลักษณะความต้องการของธุรกิจที่ต่างกันออกไปนี้เอง ย่อมส่งผลให้วิธีการเลือกผสมผสานการใช้กลยุทธ์ และช่องทางการตลาดในดิจิตอลต้องแตกต่างออกไปด้วยเช่นกัน   เพื่อผลลัพธ์สูงสุดต่อธุรกิจ และสร้างความคุ้มค่าให้มากที่สุดต่อการลงทุน จึงต้องวิเคราะห์ธุรกิจให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อให้สามารถเลือกใช้กระบวนการที่เหมาะสม และแม่นยำต่อการทำการตลาดต่อไปได้ง่าย

 

หลังจากที่เราเข้าใจในธุรกิจแล้ว สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ต่อมาคือ รูปแบบของ Digital Marketing นั้นประกอบด้วยอะไร และแต่ละส่วนประกอบนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้นำไปเลือกใช้ได้ถูกต้อง เหมาะสมและสร้างผลลัพธ์สูงสุดอย่างคุ้มค่ากับธุรกิจได้   ดังนั้นจึงจะขอยกตัวอย่างรูปแบบในการทำการดิจิตอลให้รู้จักกันในเบื้องต้น ได้แก่ Email Marketing, Affiliate Marketing, Article Marketing, Display Advertising, Search Engine Marketing, Social Network Marketing และ Mobile Marketing เป็นต้น (รายละเอียดสำหรับการตลาดแต่ละรูปแบบนั้นจะกล่าวถึงโดยละเอียดอีกครั้งในบทความถัดๆไป)   ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำการตลาดจริงนั้น ย่อมมีการผสมผสานหลากหลายช่องทางเข้าด้วยกันตามความเหมาะสมให้สัมพันธ์กับธุรกิจ   นอกจากความรู้ด้านการตลาดดิจิตอลแล้ว สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมากขึ้นต้องประกอบด้วยความรู้อื่นๆ ที่แต่ละธุรกิจนั้นเชี่ยวชาญนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับกระบวนการทางการตลาด เพื่อสร้างสรรค์องค์ความรู้คู่กับการสื่อสารการตลาดที่ดีด้วย

 

เมื่อโลกเดินทางมาถึงจุดที่ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ นั่นเป็นสัญญาณแล้วว่าการทำธุรกิจ และแม้แต่ตัวคุณเองก็ได้เวลาเปลี่ยนแปลงสู่โลกยุคใหม่แล้วเช่นกัน   ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จของในยุคดิจิตอลนี้ คือ สินค้าและบริการของธุรกิจต้องสามารถแก้ไขปัญหา หรือตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างง่ายดาย สามารถเข้าถึงผู้คนได้เป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว รวมถึงสร้างคุณค่ากับผู้อื่นได้อีกด้วย   และนี่คือหัวใจในการเตรียมตัวสู่ Digital Marketing นั่นเอง